วัดปรางค์หลวง (Wat Prang Luang) เป็นโบราณสถานสำคัญที่สะท้อนพัฒนาการทางศาสนาและศิลปกรรมในช่วงต้นของกรุงศรีอยุธยา โดยสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 19 ในสมัยของพระเจ้าอู่ทอง ซึ่งเป็นยุคเริ่มต้นของการผสมผสานศิลปะระหว่างวัฒนธรรมลพบุรีที่ได้รับอิทธิพลจากเขมร และศิลปะไทยแบบอยุธยาตอนต้นอย่างชัดเจนองค์พระปรางค์ประธานของวัดมีลักษณะเป็นปรางค์ทรงสูงตั้งอยู่บนฐานย่อมุมไม้สิบสอง อันเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่พัฒนามาจากศิลปะขอม แต่ถูกปรับให้เรียบง่ายและเหมาะสมกับคติทางพุทธศาสนาในยุคอยุธยา โดยมีจุดเด่นสำคัญคือเทคนิคการก่อสร้างแบบก่ออิฐไม่ใช้ปูน ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาช่างโบราณที่สามารถเรียงอิฐให้ยึดเกาะกันได้อย่างมั่นคงแม้ผ่านกาลเวลากว่า 600 ปีองค์พระปรางค์ยังมีนัยเชิงสัญลักษณ์ตามคติจักรวาล โดยเปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุ ศูนย์กลางของจักรวาลในคติไตรภูมิ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผสมผสานระหว่างพุทธศาสนาและพราหมณ์อย่างลึกซึ้งโดยรอบองค์พระปรางค์ยังปรากฏร่องรอยของพระระเบียงคด ซึ่งในอดีตคาดว่าเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปจำนวนมากเรียงราย แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและความรุ่งเรืองของวัดในอดีต แม้ปัจจุบันพระพุทธรูปส่วนใหญ่จะสูญหายไป แต่โครงสร้างที่ยังคงเหลืออยู่ยังช่วยให้จินตนาการผังวัดแบบโบราณได้อย่างชัดเจน
ภายในวิหารของวัดประดิษฐาน “หลวงพ่ออู่ทอง” พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่สร้างจากศิลาแลง ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติที่นิยมใช้ในยุคเปลี่ยนผ่านระหว่างศิลปะลพบุรีและอยุธยา โดยลักษณะขององค์พระสะท้อนศิลปะอู่ทองอย่างเด่นชัด ทั้งพระพักตร์ค่อนข้างเหลี่ยม พระขนงโก่ง พระนาสิกใหญ่ และพระวรกายที่แข็งแรงมั่นคง ซึ่งแตกต่างจากพระพุทธรูปในยุคหลังที่มีความอ่อนช้อยมากกว่านอกจากนี้ ภายในวัดยังมีรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในคติพุทธศาสนาเถรวาท โดยลวดลายที่ปรากฏมักประกอบด้วยสัญลักษณ์มงคล เช่น ธรรมจักรและดอกบัว ซึ่งสะท้อนแนวคิดทางจักรวาลและธรรมะ
ในด้านภูมิศาสตร์ วัดตั้งอยู่ริมคลองอ้อมนนท์ ซึ่งในอดีตเป็นเส้นทางคมนาคมและการค้าทางน้ำที่สำคัญของชุมชนลุ่มน้ำเจ้าพระยา การตั้งวัดในบริเวณดังกล่าวจึงมีความสัมพันธ์โดยตรงกับวิถีชีวิตของผู้คน ทั้งในด้านการเดินทาง การประกอบอาชีพ และการเผยแผ่พระพุทธศาสนาวัดจึงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทั้งทางจิตใจ สังคม และวัฒนธรรมของชุมชนโดยรอบ และแม้ในปัจจุบันพื้นที่จะมีการพัฒนาไปมาก แต่บรรยากาศของวัดยังคงความเงียบสงบ ร่มรื่น และสะท้อนภาพวัดโบราณริมคลองได้อย่างชัดเจน ทำให้ผู้มาเยือนไม่เพียงได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังได้สัมผัสร่องรอยประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของสังคมไทยในอดีตที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน