วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (Wat Boromracha Kanchanaphisek Anusorn) (วัดเล่งเน่ยยี่ 2) เป็นวัดพุทธนิกายมหายานสังกัดคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี โดยเริ่มดำเนินการก่อสร้างในช่วงปลายทศวรรษ พ.ศ. 2530 ภายใต้การดูแลของคณะสงฆ์จากวัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) เยาวราช ซึ่งเป็นวัดจีนที่มีบทบาทสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยชื่อ “บรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์” มีความหมายถึงอนุสรณ์แห่งการเฉลิมฉลองกาญจนาภิเษก ส่วนชื่อที่ประชาชนเรียกติดปากว่า “เล่งเน่ยยี่ 2” หมายถึงการเป็นศูนย์กลางศรัทธาแห่งที่สองต่อจากวัดเล่งเน่ยยี่ดั้งเดิมในเยาวราช วัดแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงวัดสำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมไทย–จีนที่สืบทอดมายาวนาน
สถาปัตยกรรมของวัดได้รับอิทธิพลจากพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่งอย่างชัดเจน ทั้งในด้านผังอาคาร การจัดวางแกนกลาง และรายละเอียดเชิงศิลป์ อาคารต่างๆ ถูกออกแบบตามคติสถาปัตยกรรมจีนแบบราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง ใช้โทนสีแดง ทอง และเขียวเป็นหลัก อันเป็นสีมงคลตามความเชื่อจีน หลังคาแต่ละชั้นประดับรูปสัตว์มงคล เครื่องถ้วยเคลือบ และลวดลายมังกร–หงส์ที่สื่อถึงอำนาจ ความรุ่งเรือง และความสมดุลตามหลักฮวงจุ้ยภายในวัดแบ่งออกเป็นหลายเขตสำคัญ เริ่มตั้งแต่ซุ้มประตูจีนขนาดใหญ่ซึ่งทำหน้าที่เสมือนประตูเชื่อมจากโลกภายนอกเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเดินผ่านเข้ามาจะพบลานกว้างและวิหารท้าวจตุโลกบาล ผู้พิทักษ์ทั้งสี่ทิศตามคติพุทธมหายาน ถัดไปเป็นพระอุโบสถหลักที่ประดิษฐานพระพุทธเจ้า 3 พระองค์ ได้แก่ พระศากยมุนีพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธเจ้า และพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตตามแนวคิดพุทธศาสนามหายาน
อีกหนึ่งจุดสำคัญคือวิหารพระโพธิสัตว์กวนอิม ซึ่งได้รับความศรัทธาอย่างสูงจากชาวไทยเชื้อสายจีน ผู้คนมักเดินทางมาขอพรด้านเมตตามหานิยม สุขภาพ ความสงบในชีวิต และความสำเร็จทางธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีศาลเทพเจ้าจีนหลายองค์ เช่น เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย และเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพิธีสะเดาะเคราะห์และแก้ปีชงที่มีชื่อเสียงของวัดวัดเล่งเน่ยยี่ 2 ถือเป็นหนึ่งในสถานที่แก้ปีชงที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน จะมีประชาชนเดินทางมาสักการะจำนวนมาก พิธีแก้ปีชงของวัดผสมผสานความเชื่อแบบจีนดั้งเดิมเข้ากับแนวคิดพุทธมหายาน ผู้เข้าร่วมพิธีจะเขียนชื่อ–นามสกุลและปีนักษัตรลงในกระดาษฝากดวง ก่อนนำไปประกอบพิธีต่อหน้าองค์ไท้ส่วยเอี๊ยเพื่อเสริมสิริมงคลและลดเคราะห์กรรมตามความเชื่อ
นอกจากความสำคัญด้านศาสนา วัดยังเป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมจีนที่สำคัญของนนทบุรี ภายในมีงานแกะสลักหิน งานไม้ และจิตรกรรมที่นำเข้าหรือสร้างโดยช่างฝีมือจีนดั้งเดิม หลายส่วนใช้เทคนิคโบราณที่พบได้ยากในประเทศไทย ทำให้วัดแห่งนี้ได้รับความนิยมทั้งจากผู้ศรัทธา นักท่องเที่ยว และผู้สนใจด้านสถาปัตยกรรมบรรยากาศโดยรอบวัดมีความสงบ ร่มรื่น และสะอาด แม้ในวันที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากก็ยังคงให้ความรู้สึกเป็นระเบียบเรียบร้อย เหมาะทั้งสำหรับการไหว้พระ ทำสมาธิ เดินชมศิลปกรรมจีน และถ่ายภาพสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่แสงตกกระทบหลังคากระเบื้องสีทอง จะทำให้ตัวอาคารดูโดดเด่นและงดงามเป็นพิเศษ